Translate

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556

7 เทคนิคป้องกันริ้วรอยก่อน30

โอ้ยตายว้ายกรี๊ดดด….ตื่นเช้ามาสำรวจร่องรอยบนใบหน้างามๆ ส่องตาก็เจอริ้วรอย ส่องร่องแก้มก็เจอริ้วรอย ส่องหน้าผากก็เจอริ้วรอย เวลาตื่นนอนขึ้นมาทีไรสาวๆเป็นแบบเคที่ไหมคะ ที่ต้องคอยเช็ครอยน้องกาที่จะมาประทับลงบนใบหน้าสวยของเรา นับวันมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นๆไม่เคยจะลดลงเลย จะโบ๊ะจะโป๊ะก็หาได้ช่วยอะไรไม่  ยิ่งส่องยิ่งมองยิ่งเครียด เอาละค่ะสาวๆวัยใกล้เลขสามทั้งหลาย วันนี้เคที่มีเคล็ดลับในการป้องกันริ้วรอยก่อน30 มาแถลงให้ทราบ อาจจะต้องใช้ความขยันและสม่ำเสมอซักหน่อย แต่ถ้าทำได้เคที่ว่าไม่ต้องพึ่งมีดหมอไม่ต้องรอครีมขั้นเทพอะไรเลยละจ้า



111
1. ป้องกันริ้วรอยก่อน30 ต้องหลบแดดแรงจัด
แสงแดดอ่อนๆ ช่วง 6 - โมงเช้าและหลัง 5 โมงเย็นมีวิตามินที่ดีต่อผิว เหมาะที่คนผิวสวยจะไปเดินชิลๆ กิ๊บเก๋ แต่แดดในเวลาที่อื่นจะมีค่ารังสียูวีสูงมาก จนสามารถซอกซอนเข้าไปทำลายคอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวของคุณได้ การป้องกันริ้วรอยก่อน30สำหรับคนที่ไม่อยากได้ชื่อว่าแก่ก่อนวัยจึงจะต้องหลบให้มากที่สุด ถ้าจำเป็นต้องออกไปสู้แดดอย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำ และใส่หมวกแบบปีกกว้างๆ ที่สามารถบังแดดได้ไปด้วย
2. ป้องกันริ้วรอยก่อน30 ควรเข้านอนหัวค่ำ
อย่าแก้ปัญหาการนอนดึกแล้วตื่นสาย เพราะถึงคุณจะนอนครบ 6 ชั่วโมงตามที่ร่างกายต้องการ แต่ก็ไม่ใช่เวลาที่ดีกับผิว คนที่นอนดึกบ่อยๆ ผัวจะล้า ทำให้เสียความยืดหยุ่นไปโดยไม่จำเป็น ขืนทำบ่อยๆ อาจหน้าแก่กว่าคนที่เขาอายุมากแต่นอนหัวค่ำก็ได้
3. ป้องกันริ้วรอยก่อน30 หมั่นล้างเครื่องสำอางทุกวัน
อย่าเข้านอนทั้งๆที่เมคอัพยังเต็มหน้าเป็นอันขาด เพราะเครื่องสำอางพวกนี้จะไปอุดรูขุมขน ทำให้ผิวขาดออกซิเจนหล่อเลี้ยง สังเกตง่ายๆ ว่าวันไหนที่เข้านอนโดยไม่ล้างหน้า ตื่นเช้าขึ้นมาผิวของคุณโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด และในการล้างหน้าเมคอัพคุณควรใช้ครีมล้างชนิดต่างๆ ที่ปราศจากน้ำมัน ไม่อย่างนั้นน้ำมันในครีมอาจจะแทรกซึมเข้าไปในผิว ทำให้หน้ามันและเกิดการอุดตันจนเป็นสิวเสียเอง
4. ป้องกันริ้วรอยก่อน30 ควรดื่มน้ำไม่ต่ำกว่า 6 แก้ว
และต้องเป็นน้ำเปล่าสะอาดๆ เท่านั้น ไม่นับน้ำอัดลม กาแฟ ชา หรือน้ำเปลี่ยนนิสัยที่ผู้หญิงบางคนชอบไปดริ้งค์ตามผับนะจ๊ะ น้ำสะอาดจะทำให้ผิวแข็งแรง ช่วยล้างสารพิษที่ทำให้ผิวอิดโรย และที่สำคัญคือมันทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น คนที่ผิวแห้งถึงได้มีริ้วรอยง่ายก็เพราะขาดน้ำมาหล่อเลี้ยงใต้ผิวไงละ
5. ป้องกันริ้วรอยก่อน30 ลองอา อี เอ โอ อู ทุกวัน
แค่ท่องคำว่า “อา อี เอ โอ อู” เช้าเย็นเพื่อป้องกันริ้วรอยก่อน30เป็นประจำทุกวันก็ช่วยบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าได้แล้ว ที่สำคัญเวลาท่องอย่าลืมอ้าปากกว้างเต็มที่ด้วย กล้ามเนื้อของคุณจะได้เอ็กเซอร์ไซส์
6. ป้องกันริ้วรอยก่อน30 เวลากินของหวานต้องหารครึ่ง
สาวๆที่เป็นปลื้มกับของหวานอาจจะยังไม่รู้ว่าน้ำตาลเป็นศัตรูตัวสำคัญของผิว เพราะกระบวนการที่ร่างกายเผาผลาญในน้ำตาลต้องใช้ความร้อนสูง ทำให้เกิดขยะขึ้นบนผิว ยิ่งหวานมาก็ยิ่งมีขยะมาก คนที่นิยมกินของหวานๆ จึงมักจะหน้าเหี่ยวเร็วเหลือเกิน คำว่าของหวานนี้รวมไปถึงเหล้า ค็อกเทล ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีสวยๆด้วยนะ เพราะนั้นนะน้ำตาลสูงปรี๊ดยิ่งกว่าน้ำอัดลมเสียอีก ไม่อยากแก่ก่อนวัยหนทางป้องกันริ้วรอยก่อน30ก็คือการลดน้ำตาลบ้างเนี่ยะแหล่ะสำคัญ
7. ป้องกันริ้วรอยก่อน30 ควรหมั่นทาโลชั่น
โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน ซึ่งจะเสียน้ำหล่อเลี้ยงใต้ผิวมากกว่าคนที่อยู่ในอากาศชื้น จึงต้องทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวได้รับอาหารและความชุ่มชื้นที่จำเป็น ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็น แต่จำเป็นมากคะ
ที่มา : Spicy

จัดการศอกและเข่าแห้งหยาบให้เนียนนุ่ม

ในช่วงฤดูหนาวถือได้ว่าที่เลวร้ายที่สุดของปีสำหรับคนที่มีผิวบริเวณศอกและเข่าแห้ง โดยเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นจากอุณหภูมิที่เย็นลงและอากาศแห้ง!  โดยปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมด จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผิวพรรณส่วนต่างๆโดยเฉพาะศอกและเข่าแห้งเกิดอาการแพ้หรือคัน เกิดเป็นขุยแห้งและแตก เป็นผิวส่วนที่ทำงานหนักมีการหยาบกร้านด้านและแห้งมาก เรามาดูแลผิวข้อศอกและเข่าแห้งๆเหล่านั้นของคุณด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้



12
1.การขัดผิว
ไม่ว่าคุณจะใช้น้ำมันมะกอกและอัลมอนด์หรือขัดกับรังบวบกับน้ำตาลหรือเกลือสปาร์ สิ่งสำคัญที่ของการขัดผิวคือการขจัดเซลล์ผิวที่แห้งหรือตายแล้วออกไป คุณต้องเน้นเป็นพิเศษกับศอกและเข่าแห้งหยาบของคุณแน่นอน และโปรดใช้ความระมัดระวังที่จะไม่ใช้อะไรที่รุนแรงเกินไปและการขัดผิวบ่อยมากเกินไปก็จะไม่ส่งให้เกิดผลดี
2.หลีกเลี่ยงน้ำร้อน
ในฤดูหนาวเป็นฤดูที่ดึงดูดให้คุณดื่มด่ำในห้องอาบน้ำนานมากกว่าเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออากาศหนาวเย็น อย่างไรก็ตามน้ำร้อนสามารถดูดความชื้นออกจากผิวของคุณ ทิ้งคุณให้มีศอกและเข่าแห้งขาดความชุ่มชื่น ควรปรับอุณภมูิของน้ำให้อยู่ในระดับอุณหภูมิปานกลาง “มากกว่าจะเป็นน้ำอุ่น”
3.ปกป้องข้อศอกและหัวเข่า
คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คุณจะออกไปสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นแสนสบายภายนอก แต่ถ้าคุณต้องการที่จะหลีกเลี่ยงผิวศอกและเข่าแห้ง สิ่งที่คุณควรจะปกป้องผิวสองส่วนนี้จากความหนาวเย็น ลมแรง แดดร้อน และอากาศหนาว ควรจะเป็นกางเกงขายาวและเสื้อยืดแขนยาวนุ่ม จะเหมาะสมที่สุด
4.ใช้ EMOLLIENT
Emollient มันไม่ได้เป็นครีมโลชั่นเป็นจึงไม่ดูดซับได้อย่างรวดเร็ว Emollient จะทำหน้าที่หล่อลื่น ให้ความชุ่มชื้นเป็นชั้นของฟิล์มที่เคลือบผิวหนัง ช่วยเก็บรักษาความชื้น น้ำไว้กับผิวหนัง
5.ใช้โลชั่นหลังจากอาบน้ำ
ผิวของคุณจะมีความสามารถในการดูดซับความชื้นมากที่สุดหลังจากการอาบน้ำของคุณ ควรใช้โลชั่นหลังจากที่คุณเช็ดตัวเรียบร้อยแล้วทันที การเลือกใช้โลชั่นที่มีความข้นสูงและมีเนื้อครีม และสามารถใช้ได้อีกครั้งก่อนนอน เพื่อช่วยเพื่มการดูดซึมของครีม/โลชัน วิธีโฮมเมดแบบง่ายๆ คือ ตัดนิ้วเท้าออกจากสองคู่ถุงเท้าแล้วนำมาสวมหัวเข่าและข้อศอกของคุณ
6.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์เป็นตัวการที่ทำให้คุณผิวศอกและเข่าแห้งตึงหยาบกร้านมากขึ้น เพียงตรวจสอบฉลากเพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของคุณไม่ได้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ใด ๆ ผสมอยู่
7 การผ่อนคลาย
เหนือสิ่งอื่นใด อาจมีผลจากความเครียด ดังนั้นวิธีการใหม่ที่จะรับมือกับความเครียดในชีวิตของคุณ ลองฝึกโยคะ, วิ่ง, สมาธิหรือแม้แต่การเปลี่ยนงาน ถ้าสุขภาพจิตดีสุขภาพกายก็จะดีตามไปด้วย
8 คุณมีอาการแพ้หรือไม่?
หากผิวศอกและเข่าแห้งหยาบของคุณไม่หายไป คุณอาจมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพบแพทย์ของคุณ คุณอาจมีกลากโรคผิวหนัง หรือเป็นผมคุณก็อาจจะมีปฏิกิริยาการแพ้กับอะไรบางอย่าง เช่น น้ำยาซักผ้าของคุณหรือแม้แต่แชมพูของคุณก็เป็นได้
ที่มา : Allwomentalks

เปลี่ยนวิธีออกกำลังกาย ยิ่งสลายแคลอรี่

ถึงจะอยากผอม แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างเคร่งเครียดอยู่ในยิมทุกวัน ไปว่ายน้ำเอาเป็นเอาตาย หรือเข้าฟิตเนสทุกวันไม่ขาดวันละสองสามชั่วโมง การได้เปลี่ยนไปออกกำลังกายอะไรใหม่ๆ บ้างจะทำให้คุณได้ใช้พลังงานมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญการไปฟิตเนสหรือออกกำลังกายแบบเดิมมันน่าเบื่อจะตาย ต่อให้มีเทรนเนอร์หล่อบาดจิต สาวสวยระดับซุปตาร์ แต่วันๆก็อยู่แต่เครื่องออกกำลังกายสไตล์เดิมๆ ไม่ดึงดูดให้เสียเหงื่อเอาซะเลย เราลองมาเปลี่ยนการออกกำลังกายให้หลากหลายขึ้นดีมั้ยคะ หากว่าคุณเป็นสาวชาวกรุงการหากิจกรรมเรียกเหงื่อที่สัมผัสธรรมชาติอาจจะยากอยู่สักหน่อย แต่สามารถใช้ในช่วงที่คุณไปต่างจังหวัดไปเที่ยวด้วยออกกำลังกายไปด้วย แจ่มเลยล่ะ



112
1. ออกกำลังกายด้วยการนั่งบานาน่าโบ๊ท
ปกติการนั่งบานาน่าโบ๊ทก็สนุกอยู่แล้ว แต่ของแถมก็คือมันจะช่วยให้คุณเป็นเจ้าของหน้าท้องแบนเรียบได้อีกอย่างหนึ่งด้วย เวลานั่งโต้คลื่นแรงๆ ถ้าเราเกร็งหน้าท้องให้แน่นที่สุด กล้ามเนื้อตั้งแต่ช่วงขาอ่อนลงมาจะเกร็งตามไปด้วย ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น และยังสลายเซลลูไลท์บริเวณต้นขา ทำให้ต้นขาย้อยๆ เล็กกระชับทันใจ
2. ออกกำลังกายด้วยการจ๊อกกิ้งบนเนินทราย
คนที่ชอบไปทะเลจะรู้ดีว่าเวลาวิ่งบนพื้นทรายจะเหนื่อยกว่าวิ่งบนถนนธรรมดา เพราะเม็ดทรายเป็นตัวสร้างแรงต้น จะทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าวิ่งบนพื้นเรียบถึง 25% ยิ่งถ้าลุยขึ้นไปบนเนินทรายสูงๆ ยังจะช่วยกระชับสะโพก ซึ่งเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดให้กลมกลึงเฟิร์มสวย
3. ออกกำลังกายด้วยการขึ้นลงบันไดเวียน
เวลาไต่ขึ้นบนบันได้เวียนอย่าลืมเหยียดหลังตรงและยกขาสูงๆเข้าไว้ พยายามเดินรวดเดียวให้ถึงข้างบนสุด อย่าหยุดพักกลางทาง ระบบเผาผลาญจะถูกกระตุ้นให้ทำงานดียิ่งขึ้น หมั่นทำเป็นประจำจะเห็นเลยว่าต้นขากับน่องเล็กลงเร็วทันใจ
4. ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำทะเล
ลำพังว่ายน้ำในสระก็ช่วยให้หุ่นดีแล้ว แต่การว่ายน้ำในทะเลจะทำให้ได้ใช้พลังงานมากขึ้นไปอีกถึง 20% โดยเฉพาะการว่ายโต้คลื่นหรือว่ายทวนกระแสน้ำ เวลาว่ายอย่าลืมเหวี่ยงแขนแรงๆ สลับกับเตะขาแรงงกว่าปกติ แค่สิบนาทีคุณจะเหนื่อยพอๆ กับว่ายน้ำในสระนานครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว
ที่มา : Spicy